วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

แอลจีเผยโฉมนวัตกรรมจอโค้งสุดล้ำ LG CURVED ULTRA HD TV รุ่น UC970T

01_105-inch CURVED ULTRA HD TV

ที่สุดแห่งความคมชัดระดับ 4K มาพร้อมหน้าจอแบบ IPS เติมเต็มทุกสีสันให้สมจริงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

กรุงเทพ, 29 ธันวาคม 2557— บริษัท  (ประเทศไทย) จำกัด เปิดประสบการณ์การรับชมที่เหนือระดับด้วย LG CURVED ULTRA HD TV จอโค้งรุ่น UC970T ด้วยความละเอียดหน้าจอระดับ 4K หรือความละเอียดสูงถึง 8.3 ล้านพิกเซล ซึ่งคมชัดกว่าหน้าจอ Full HD ถึง 4 เท่า ผสานกับหน้าจอสุดล้ำสมัย IPS 4K ให้ภาพที่ละเอียดคมชัด สีสันสมจริง สามารถรับชมได้ทุกองศาโดยไม่ผิดเพี้ยน
LG CURVED ULTRA HD TV จอโค้งรุ่น UC970T โดดเด่นด้วยหน้าจอ IPS 4K ที่ให้ภาพคมชัดและสีสันที่สมจริงราวกับต้นฉบับ พร้อมมอบองศาในการรับชมที่กว้างกว่าทีวีทั่วไปโดยรักษาคุณภาพของภาพไว้ไม่ผิดเพี้ยน ที่สำคัญหน้าจอ IPS 4K ยังมีความแข็งแกร่งทนทานต่อรอยขีดข่วน เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งาน นอกจากนี้ หน้าจอยังได้รับการออกแบบให้มีลักษณะโค้งมนสอดรับกับการมองเห็นโดยธรรมชาติของมนุษย์ เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่แสนสบายตาไม่ว่าจะรับชมจากองศาใด LG CURVED ULTRA HD TV จอโค้งรุ่น UC970T ยังมาพร้อม True 4K Engine เทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับความละเอียดของภาพให้ใกล้เคียงกับความคมชัดระดับ ULTRA HD เพิ่มอรรถรสในการรับชมให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และเทคโนโลยีบีบอัดภาพแบบ 4K 60P HEVC ทำให้แสดงวิดีโอแบบ 4K ได้อย่างคมชัดไม่มีสะดุดด้วยความเร็ว 60 ภาพต่อวินาที โดยสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือ USB ได้ทันที ไม่ต้องผ่านอุปกรณ์เสริมอื่น ทั้งนี้ผู้ใช้ยังสามารถเลือกรับชมคอนเทนต์แบบสามมิติกับฟีเจอร์ 4K 3D+ เพื่อสัมผัสกับความสมจริงทะลุจออย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน นอกจากนี้ LG CURVED ULTRA HD TV จอโค้งรุ่น UC970T ยังมาพร้อมกับระบบเสียงทรงพลัง ULTRA Surround ด้วยลำโพงแบบบิวท์อินช่วยรังสรรค์ม่านเสียงรอบด้านจากทีวี สร้างประสบการณ์ในการรับชมราวกับอยู่ในโรงภาพยนตร์คุณภาพเยี่ยม

วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สวัสดี...ปีใหม่!!!



  
                                                                     


                     

           



                                                             
                       


วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ข่าวเทคโนโลยี....เปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นกระเป๋าสตางค์ด้วยสุดยอดเทคโนโลยี NFC


 

เปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นกระเป๋าสตางค์ด้วยสุดยอดเทคโนโลยี NFC

 
ปัจจุบันสมาร์ทโฟนได้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่าขาดกันไม่ได้ งานวิจัยพบว่าพวกเขาจะรู้สึกกระวนกระวายเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไปจากชีวิต ถ้าไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟน

นอกเหนือจากที่คนรุ่นใหม่จะใช้สมาร์ทโฟนเพื่ออัพเดตและติดตามข่าวสารตามโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ต่างๆ ใช้งานโทรศัพท์ บันทึกภาพ อีกสิ่งหนึ่งที่จะเป็นเทรนด์ใหม่และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือการใช้บริการโมบายล์เพย์เมนท์ (Mobile Payment) หรือการนำสมาร์ทโฟนมาใช้แทนกระเป๋าสตางค์ เพราะผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีความรู้ และความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีเห็นว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้ชีวิตของพวกเขาสะดวกสบายและคล่องตัวขึ้นกว่าที่เคย

สำหรับเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนให้สมาร์ทโฟนกลายเป็นกระเป๋าสตางค์ได้ก็คือเทคโนโลยี NFC หรือ Near Field Communication ที่อยู่บนสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการรับส่งข้อมูลผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ด้วยหลักการรับคำสั่งผ่านตัวนำไฟฟ้าผ่านอากาศด้วยคลื่นวิทยุ หรือที่เรียกว่า RFID (Radio-Frequency IDentification) ที่จะกระตุ้นการทำงานด้วยการแตะ ในระยะห่างไม่เกิน 4 มิลลิเมตร ซึ่งการทำงานที่รองรับการแตะกันแบบนี้ ทำให้ NFC ถูกนำไปประยุกต์ใช้งานกับหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็น การเงินการธนาคาร ระบบบัตรโดยสาร การจัดการคลังสินค้า หรือการส่งผ่านข้อมูลระหว่างเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นไปได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ประวัติ นักฟุตบอลในดวงใจที่เป็นนักบอลไทย กวิน ธรรมสัจจานนท์!!

         
                       
10 เรื่องน่ารู้ของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวารมือหนึบ ฉายา เทพกวิน...บินได้
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  Instagram kawiator26

             10 เรื่องน่ารู้ของ "ตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติไทย เจ้าของฉายา "เทพกวิน...บินได้" มาทำความรู้จักมือโกล์จอมหนึบ 

            นาทีนี้หากพูดถึงผู้รักษาประตูมือหนึ่งของกองทัพนักฟุตบอลทีมชาติไทย ก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก "กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์" ที่มีลีลาการเซฟประตูที่ว่องไวดุจสายลม ทำให้แฟนบอลชาวไทยต่างพร้อมใจตั้งฉายาให้ว่า "เทพกวิน...บินได้" ว่าแล้ว เรามาทำความรู้จักกับ 10 เรื่องน่ารู้ของ "เจ้าตอง" หรือ "เทพกวิน" กันเถอะ



ประวัติ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

            ชื่อ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ชื่อเล่น  ตอง เกิดวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2533  เป็นผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ปัจจุบันลงเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูให้กับสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด

            กวินทร์ ได้เข้าร่วมทีมกับสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี พ.ศ. 2551 ซึ่งปีนั้น เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ได้เลื่อนชั้นมาเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกล่าสุด โดยกวินทร์ได้แสดงความสามารถวาดลวดลายการเซฟประตูได้อย่างเหนียวแน่น จนทำให้สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ขึ้นเป็นแชมป์ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกครั้งแรกได้สำเร็จ และเขายังทำหน้าที่ผู้รักษาประตูของทีมได้ว่องไว ปราดเปรียว จนได้รับฉายาจากแฟนฟุตบอลเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ว่า "เทพกวิน...บินได้" 

10 เรื่องน่ารู้ของ เจ้าตอง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

            1. เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกเมื่อ อายุ 10 ขวบ โดยมี อ.โรจนะ สมุนไพร เป็นโค้ชผู้ฝึกสอนคนแรกและมีคุณแม่พาไปทุกครั้ง

            2. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เริ่มแจ้งเกิดในวงการฟุตบอลเมื่อครั้งศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี โดยพาทีม "เจ้าสัวน้อย" คว้าแชมป์ฟุตบอลขาสั้นได้มากมายหลายรายการ จนทำให้สโมสร "ราชประชา" ดึงตัวไปร่วมทั้งที่ในตอนนั้น "เจ้าตอง" อายุเพียง 17 ปี

            3. พ.ศ. 2551 ได้ย้ายไปร่วมทีม เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ซึ่งสมัยนั้นยังอยู่ในระดับดิวิชั่น 1 ซึ่ง "เจ้าตอง" ก็ยึดถุงมือเบอร์ 1 มาครองได้ และยังโชว์ฟอร์มเหนียวแน่นจนพาทีม "กิเลนผยอง" คว้าแชมป์ ดิวิชั่น 1 และได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

            4. บุคลิกส่วนตัวของ ตอง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ พูดจาสุภาพ มือไม้อ่อน เจอหน้าใครเป็นต้องปรี่เข้าไปยกมือไหว้ พูดจาเพราะ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเกเรเกตุง และไม่เคยอยากลองในเรื่องนอกลู่ นอกทาง 

            5. ทุกครั้งที่เห็นตองจะต้องเห็นคุณแม่ที่คอยเฝ้าประกบติด หิ้วกระติกน้ำใบหนึ่ง ขนม นม เนย นั่งอยู่ข้างสนามเป็นกำลังใจ คอยแนะนำสั่งสอน โดยเฉพาะเรื่องความมีสัมมาคารวะ จนเพื่อน ๆ ล้อว่า "ไอ้ลูกติดแม่" แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร

            6. ด้วยความสูง 183 เซนติเมตร ของเจ้าตอง กวินทร์ เมื่อเทียบกับผู้รักษาประตูในระดับนานาชาตินั้นถือว่ามีความสูงไม่มากนัก เขาจึงต้องอาศัยความปราดเปรียวและว่องไวเข้ามาเป็นจุดเด่นทดแทน

            7. แม้อายุจะเพิ่ง 20 ต้น ๆ แต่ตองก็ผ่านสมรภูมิการค้าแข้งทั้งในระดับสโมสร และระดับทีมชาติ มาอย่างโชกโชน อีกทั้งยังคว้าถ้วยแชมป์มาประดับตู้โชว์ให้กับทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด และทีมชาติไทย ได้มากมาย ทำให้สื่อต่างประเทศของหลายชาติในเอเชีย ต่างยกให้เขาเป็น 1 ใน 10 ผู้รักษาประตูที่น่าจับตามองมากที่สุดในเอเชีย

            8. ในปี พ.ศ. 2556 ถือเป็นปีที่แสนจะเลวร้ายของตอง เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้งขวาแตก จากการไปเตะนัดอุ่นเครื่องที่ฮ่องกงกับทีม เซี่ยงไฮ้ อีสต์ เอเชีย จนทำให้เขาต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บไปนานถึงครึ่งปี ส่งผลให้ฟอร์มโดยรวมของทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ดไม่ดีอย่างที่หวังไว้ และจากการที่เขาประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงได้เปลี่ยนชื่อจาก "กวิน" มาเป็น "กวินทร์" แปลว่า ผู้ยิ่งใหญ่ จากคำแนะนำของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี 

            9.  ฮีโร่ของ ตอง กวินทร์ คือ โอลิเวอร์ คาห์น นายทวารแห่งเมืองเบียร์ เยอรมนี

            10. สำหรับเรื่องหัวใจ กวินทร์ เคยมีข่าวคบหากับ มะนาว ศรศิลป์ ดาราสาวจากช่อง 7 อยู่พักหนึ่ง แต่ก็มีข่าวลือว่าแม่ฝ่ายหญิงไม่ปลื้มเท่าไรที่ทั้งคู่คบกัน จนล่าสุดนักแสดงสาวได้ออกมาเปิดเผยระดับความสัมพันธ์ว่าเป็นแค่พี่น้องเท่านั้น                        

ข่าวเรื่องผลการแข่งขันฟุดบอลทีมชาติไทยที่ผ่านมา


ทำให้แฟนบอลชาวไทยมีความสุขกันอีกครั้งสำหรับ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ที่ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี และเป็นแชมป์สมัยที่ 4...
                คืนความสุขและมอบของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยได้อย่างสง่างามจริงๆสำหรับ "ช้างศึก" ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย หลังผงาดคว้าแชมป์การแข่งขันฟุตบอล "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014" ได้อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อรวมพลังสู้สุดชีวิตเอาชนะ "เสือเหลือง" มาเลเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-3 ทำเอาแฟนบอลหลายคน หลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มใจกับความสำเร็จของทีมชาติไทยในครั้งนี้  ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ จึงขอนำเสนอเส้นทางความสำเร็จของ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย นับตั้งแต่คว้าเหรียญทองซีเกมส์ ที่เมียนมาร์ ในช่วงปลายปี 2013 จนถึงการคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 มาให้อ่านกันอย่างมีความสุข!  
สำหรับ ''ซิโก้'' เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตกองหน้าเบอร์ 1 ของเมืองไทย ที่รับบทกุนซือใหญ่ ประเดิมคุมทีมชาติไทยเป็นรายการแรกในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศเมียนมาร์ หลังจากก่อนหน้านี้ไทยตกรอบแรกมา 2 ครั้งรวด โดยทีมชุดนี้ประกอบไปด้วยนักเตะที่โค้ชซิโก้ เป็นคนเลือกด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กวิน ธรรมสัจจานันท์, ธีราธร บุญมาทัน, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ เป็นต้น ซึ่งผลปรากฏว่าทัพช้างศึกคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการคว้าเหรียญทองซีเกมส์เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี 
เส้นทางคว้าแชมป์ฟุตบอลซีเกมส์ 2013
รอบแรกทีมชาติไทยถูกจับสลากมาอยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับ อินโดนีเซีย, เมียนมาร์, ติมอร์เลสเต และ กัมพูชา โดยผลการแข่งขันรอบแรก ทีมชาติไทย ชนะ ติมอร์เลสเต 3-1, ชนะ อินโดนีเซีย 4-1, เสมอ เมียนมาร์ 1-1 และเสมอ กัมพูชา 0-0
ส่งผลให้ทีมชาติไทย เก็บได้ 8 คะแนน จาก 4 นัด ยิงได้ 8 ประตู เสีย 3 ประตู คว้าแชมป์กลุ่ม บี ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปพบ สิงคโปร์ รองแชมป์กลุ่มเอ โดยผลการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ทีมชาติไทย ชนะ สิงคโปร์ ไปได้หวุดหวิด 1-0 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับ อินโดนีเซีย ที่เสมอกับ มาเลเซีย ในเวลาปกติ 1-1 ก่อนที่อินโดนีเซีย จะดวลจุดโทษชนะ มาเลเซีย ไป 4-3
โดยผลการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย เอาชนะ อินโดนีเซีย ไปได้ 1-0 คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ทุ่งทานตะวัน....จังหวัดสระบุรี!!


           เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ของทุกปี ฤดูกาลท่องเที่ยว ทุ่งทานตะวัน จังหวัดสระบุรี  ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองของดอกทานตะวัน เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็น อย่างมากจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด และในทุกปีจังหวัดสระบุรี จะจัด เทศกาลทุ่งทาน ตะวันบาน ในทุกปี สลับหมุนเวียนไปในแต่ละอำเภอ / พื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชื่นชม และถ่ายภาพ เป็นที่ระลึก ตลอดจนการ ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูกดอกทานตะวัน การนำเอาผลผลิตจาก เมล็ดทานตะวันไป ใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภครวมทั้งการเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ เช่น เมล็ดทานตะวันคั่วสด ๆ จากไร่ หรือหาซื้อน้ำผึ้งทานตะวันเป็นของฝากจังหวัดสระบุรีมีพื้นที่ปลูกทานตะวันนับหลายหมื่นไร่ บริเวณเขตติดต่อ ระหว่างจังหวัดลพบุรี และสระบุรี ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมาก รวมทั้งในอีก หลายอำเภอของสระบุรี เช่น อำเภอพระพุทธบาทแก่งคอย หนองโดน หนองแคและมวกเหล็ก แต่ที่อำเภอ วังม่วงจะมีพื้นที่ปลูกมากที่สุด


ช้อนอัจฉริยะ!!!

ช้อนอัจฉริยะจากกูเกิล เพื่อผู้ป่วยพาร์กินสันมาแล้ว
        ใครจะมองอย่างไร ยักษ์ใหญ่ไอทีโลกอย่างกูเกิล (Google) ก็คงไม่สน เพราะยังคงเดินหน้าพัฒนาสิ่งประดิษฐ์แปลกๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่ง “ช้อน” พร้อมเซนเซอร์อัจฉริยะ สำหรับช่วยผู้ป่วยโรคพาร์กินสันให้สามารถรับประทานอาหารได้โดยไม่หกออกมาแล้ว
     
       โดยช้อนอัจฉริยะดังกล่าวใช้เทคโนโลยีในการจับสัมผัสของข้อมือของผู้ป่วย และปรับให้อยู่ในสภาพสมดุล ซึ่งในการทดลองกับผู้ป่วย ช้อนดังกล่าวช่วยลดการสั่นลงได้เฉลี่ย 76 เปอร์เซ็นต์
     
       หากปราศจากช้อนดังกล่าว ผู้ป่วยด้วยโรคพาร์กินสันอาจจำเป็นต้องใช้ผู้ช่วยป้อนอาหารให้ เพราะไม่สามารถตักอาหารเองได้ เนื่องจากมือจะสั่นจนไม่สามารถบังคับช้อนได้นั่นเอง ผลก็คืออาหารอาจหกเลอะเทอะ และตัวผู้ป่วยซึ่งมักเป็นผู้สูงอายุอาจเกิดความอับอายได้
     
       “ช้อนนี้ไม่ได้ช่วยรักษาโรค พวกเขายังคงป่วย และมีอาการสั่นอยู่ แต่มันช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกับชีวิตของผู้ป่วย นั่นก็คือการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้ด้วยตัวเอง” ดร. Jill Ostrem นักประสาทวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจาก UC San Francisco Medical Center เผย
     
       สำหรับความสนใจของกูเกิลต่อผู้ป่วยโรคพาร์กินสันนี้อาจมาจากมารดาของผู้ก่อตั้งอย่างเซอร์เกย์ บรินที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยบรินเผยว่า เขาได้มีส่วนร่วมอย่างมากในการช่วยเหลือผู้ป่วย และได้บริจาคเงินกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อช่วยในการวิจัย 
ช้อนอัจฉริยะจากกูเกิล เพื่อผู้ป่วยพาร์กินสันมาแล้ว
        สำหรับผลงานการพัฒนาดังกล่าวเป็นฝีมือของบริษัทสตาร์ทอัปที่กูเกิลได้ซื้อกิจการมาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ชื่อ “Lift Labs” โดยทีมของ Lift Labs ได้เข้ามาอยู่ในส่วนที่เรียกว่า Google X Life Sciences ซึ่งเป็นส่วนงานที่มีการพัฒนาอุปกรณ์อัจฉริยะมากมาย เช่น คอนแทกต์เลนส์ที่ สามารถวัดระดับกลูโคสได้จากน้ำตาสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน (เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา) หรือแม้กระทั่งการวิจัยอนุภาคนาโนในเม็ดเลือดเพื่อใช้ในการค้นหาโรคต่างๆ
     
       Anupam Pathak ผู้ก่อตั้ง Lift Labs เผยว่า การได้ร่วมงานกับกูเกิลเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้เขามาก แต่เขาก็ยังคงโฟกัสไปที่การพัฒนาอุปกรณ์เพื่อช่วยผู้ป่วยให้สามารถรับประทานอาหารได้เองเป็นหลัก
     
       “มันเป็นความรู้สึกเหลือเชื่อที่สิ่งประดิษฐ์ของคุณ สามารถสร้างอิมแพกต์ให้เกิดขึ้นได้ ในฐานะวิศวกร และรักในการสร้างสิ่งต่างๆ นั่นคือสิ่งที่มีค่าที่สุดแล้วในชีวิต”
     
       Pathak เผยด้วยว่า ในอนาคตคาดว่าจะเพิ่มเซนเซอร์ลงในช้อนเพื่อให้นักวิจัย และทีมแพทย์ได้เข้าใจถึงอาการ รวมถึงสามารถหาแนวทางรักษาอาการสั่นได้ดียิ่งขึ้นด้วย
     
       พร้อมกันนี้ ยังได้มีการยกตัวอย่างของคุณยายท่านหนึ่งนาม Shirin Vala วัย 65 ปี อาศัยอยู่ในโอ๊คแลนด์ ซึ่งมีอาการสั่นที่มือมาประมาณ 10 ปี คุณยายได้เป็นผู้หนึ่งที่ทดลองใช้ช้อน และให้ฟีดแบ็กกับทีมผู้พัฒนาไป จนกระทั่งเมื่อมันผลิตออกวางจำหน่ายในราคา 295 เหรียญสหรัฐ คุณยายก็เป็นลูกค้าด้วย ซึ่งเธอเล่าว่า หลังจากมีช้อนแบบใหม่นี้ ทำให้การรับประทานอาหารเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น อาหารหกน้อยลงมาก และไม่ทำให้เธอรู้สึกขายหน้า หรืออับอายเวลาต้องไปรับประทานอาหารนอกบ้านอีกเลย 

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สถานที่ท่องเที่ยว

สุดยอดออนเซนกลางใจเมือง 
Oedo Onsen Monogatari : จังหวัดโตเกียว
ที่เกาะโอไดบะในอ่าวโตเกียว เป็นออนเซนขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในคอนเซปต์แบบสมัยเอโดะ มีบ่อสำหรับแช่น้ำแร่ออนเซนหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบในร่มและแบบกลางแจ้ง แล้วยังมีบริการนวดและสปาอีกด้วย 
10 สุดยอดบ่อน้ำร้อน...ออนเซนขั้นเทพของญี่ปุ่น
10 สุดยอดบ่อน้ำร้อน...ออนเซนขั้นเทพของญี่ปุ่น

ข่าวเทคโนโลยี

หนึ่งในคุณสมบัติที่ได้รับความสนใจสำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนอกจากความแรง ความเร็วของระบบประมวลผล หรือการออกแบบตัวเครื่องให้ดูสุดล้ำกันในสไตล์ต่างๆแล้ว เรื่องของแบตเตอรี่ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่มักจะถูกถามถึงและได้รับความสนใจอยู่เสมอ โดยในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในเพื่อเพิ่มความเร็วในการชาร์จแบตเตอรี่ที่เรียกว่า QuickCharge 2.0 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาชิปอย่าง Qualcomm โดยเทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำไปใช้งานบนสมาร์ทโฟนบางรุ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยล่าสุดทาง phonearena ได้มีการทดสอบประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ ทั้งที่มีและไม่มีเทคโนโลยี QuickCharge 2.0 เพื่อเปรียบเทียบกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นไหนจะใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วที่สุด
ซึ่งการทดสอบดังกล่าวจะเป็นการทดสอบโดยเริ่มจับเวลาจากการชาร์จแบตเตอรี่ที่ 0% ไปจนเต็ม 100% โดยใช้การชาร์จผ่าน Built-in wall charger ลองมาติดตามดูผลการทดสอบดังกล่าวกันเลยดีกว่าว่าสมาร์ทโฟนรุ่นไหนที่จะชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วที่สุด

1. Oppo Find 7a
Screen Shot 2557-12-07 at 3.39.13 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 1 ชม. 22 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 2800mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 6 ชม. 6 นาที
2. Samsung Galaxy Note 4
Screen Shot 2557-12-07 at 3.39.38 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 1 ชม. 35 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 3220mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 8 ชม. 43 นาที
3. Google Nexus 6
Screen Shot 2557-12-07 at 3.40.03 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 1 ชม. 38 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 3220mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 7 ชม. 53 นาที
4. LG G3
Screen Shot 2557-12-07 at 3.40.24 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 2 ชม.
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 3000mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 6 ชม. 14 นาที
5. OnePlus One
Screen Shot 2557-12-07 at 3.40.45 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 2 ชม.
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 3100mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 8 ชม. 5 นาที
6. Samsung Galaxy S5
Screen Shot 2557-12-07 at 3.41.18 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 2 ชม. 2 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 2800mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 7 ชม. 38 นาที
7. Samsung Galaxy Note 3
Screen Shot 2557-12-07 at 3.41.37 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 2 ชม. 15 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 3200mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 6 ชม. 8 นาที
8. iPhone 6
Screen Shot 2557-12-07 at 3.42.23 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 2 ชม. 27 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 1810mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 5 ชม. 22 นาที
9. Motorola Moto G (2014)
Screen Shot 2557-12-07 at 3.42.35 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 2 ชม. 31 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 2070mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 6 ชม. 17 นาที
10. iPhone 6 Plus
Screen Shot 2557-12-07 at 3.43.21 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 2 ชม. 51 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 2915mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 6 ชม. 32 นาที
11. Motorola Moto X (2014)
Screen Shot 2557-12-07 at 3.43.38 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 2 ชม. 56 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 2300mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 5 ชม. 45 นาที
12. HTC One (M8)
Screen Shot 2557-12-07 at 3.43.52 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 3 ชม. 27 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 2600mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 7 ชม. 12 นาที
13. Sony Xperia Z3 Compact
Screen Shot 2557-12-07 at 3.44.03 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 3 ชม. 28 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 2600mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 10 ชม. 2 นาที
14. Sony Xperia Z3
Screen Shot 2557-12-07 at 3.44.23 PM
ระยะเวลาในการชาร์จ (0% ถึง 100%): 3 ชม. 55 นาที
แบตเตอรี่ (ความจุ) : 3100mAh
ระยะเวลาในการใช้งานได้สูงสุด : 9 ชม. 29 นาที

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

EYECAN+ จ้องจอแทนเลื่อนเมาส์





EYECAN+ จ้องจอแทนเลื่อนเมาส์

รุ่นใหม่นี้มีชื่อว่า EYECAN+ วิธีการทำงานก็คือ ติดตั้งเซนเซอร์เอาไว้ที่ด้านล่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยมันจะทำหน้าที่จับการเคลื่อนไหวของดวงตา ไม่จำเป็นต้องสวมใส่อุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติมเลยค่ะ ซึ่งระยะห่างระหว่างดวงตากับจอที่เหมาะสมก็คือ 60 – 70 เซนติเมตร เจ้า EYECAN+ จะทำงานได้ ไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่ในท่านั่งหรือท่านอน แค่จ้องที่จอก็สามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย
การใช้ EYECAN+ เป็นครั้งแรก สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการ calibrated ซึ่งมันจะทำการเก็บลักษณะของดวงตาแต่ละคนเอาไว้ จากนั้นก็มาปรับความไวในการสั่งงาน ให้เหมาะกับการใช้งานจริงได้ อินเตอร์เฟสของมันน้ันจะเป็นเมนู pop-up ขึ้นมา เลือกใช้งานได้สองโหมดคือ เป็นหน้าต่างสี่เหลี่ยมหรือเป็น floating menu wheel as EYECAN+ จะมีทั้งหมด 18 คำสั่งด้วยกัน ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกตั้งค่าให้โชว์เฉพาะคำสั่งที่ใช้บ่อยๆ ได้ เช่น ก็อปปี้, แปะ, เลือกทั้งหมด, ลากแล้ววาง, ขยายหรือเลื่อนหน้าจอ การเลือกคำสั่ง เราจะต้องเคลื่อนไหวดวงตาในรูปแบบที่ตั้งไว้ แล้วทำการกะพริบตา หรืออีกวิธีก็คือ จ้องไอคอนบนหน้าจอ จากนั้นให้กะพริบตาหนึ่งที
อุปกรณ์ตัวนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างนักศึกษาปริญญาโทจาก Seoul Yonsei University มาสานต่อโปรเจค EYECAN+ ที่เริ่มจากวิศวกรของซัมซุง ตอนนี้ซัมซุงยังไม่มีแผนที่จะผลิตเพื่อวางจำหน่ายค่ะ แต่จะผลิตขึ้นมาในจำนวนจำกัด แล้วบริจาคให้องค์กรการกุศลแทน




วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประวัติ เด็กหญิงภัทรธีรา จันทร์สารี






ชื่อ ภัทรธีรา จันทร์สารี

ชือเล่น:ฝ้าย

ที่อยู่:29/1 ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

โรงเรียน:มวกเหล็กวิทยา

สมาชิกในครอบครัว:พ่อ แม่ น้อง 

อาหารที่ชอบ:ส้มตำ ยำวุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยว

สีที่ชอบ:ฟ้า เขียวออ่อน

สถานที่ท่องเที่ยว:สวนสัตว์

งานอดิเรก:อ่านหนังสือการ์ตูน